สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเตือนคนไทยให้หลีกเลี่ยงนำยา Traven, Glycoff, Iyafin, Bronpect-D, Neo Codina, Propolan, Codesia เข้ามาสาธารณรัฐเกาหลี เพราะมีบทลงโทษรุนแรง (มีโทษหนักสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี ชำระค่าปรับไม่เกิน 100 ล้านวอน)  ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ในสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อขอรับยาที่มีคุณสมบัติรักษาโรคเดียวกันได้                ขอความร่วมมือคนไทยหลีกเลี่ยงการลักลอบเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ เนื่องจากจะไม่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามระบบประกันสังคมและระบบประกันสุขภาพของเกาหลีใต้  และเสี่ยงต่อการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้จับกุมและเนรเทศกลับประเทศ             สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐเกาหลีโปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการชุมนุมประท้วง และโปรดติดตามสถานการณ์จากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งช่องทางเฟซบุค เว็บไซต์และเอ็กซ์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากชาวไทยในสาธารณรัฐเกาหลีประสบเหตุฉุกเฉินจากเหตุการณ์ดังกล่าว โปรดติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน + 82 10 6747 0095 และ + 82 10 3099 2955               ขอให้คนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้หลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากมีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายเกาหลีใต้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับชุมชนไทยในเกาหลีใต้
ข่าวเด่นและกิจกรรมของสถานเอกอัครราชทูตฯ ดูทั้งหมด
เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซลส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและสหวิชาการระหว่าง KAIST และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายธานี แสงรัตน์เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ร่วมหารือและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง ศ.ดร.ฮัน ซึง ฮอน คณบดี Graduate School of Global Digital Innovation (GDI), Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) และผศ.ดร.สุนทรี บูชิตชน คณบดีคณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านเทคโนโลยี AI ระหว่าง KAIST และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดูทั้งหมด
ข่าวสารนิเทศดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ข่าวสารและกิจกรรมของฝ่ายกงสุลดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
เว็บไซต์ที่น่าสนใจดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด